ปัญหาความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ภายใต้กฎหมายไทย
คำสำคัญ:
ลิขสิทธิ์, ปัญญาประดิษฐ์, ผู้สร้างสรรค์บทคัดย่อ
ปัญญาประดิษฐ์ประเภทสร้างสรรค์เนื้อหา (Generative AI) ในปัจจุบันสามารถสร้างงานวรรณกรรม ศิลปกรรม และดนตรีกรรมที่มีคุณภาพใกล้เคียงหรือเทียบเท่างานที่มนุษย์สร้างขึ้น บทความนี้มุ่งศึกษาปัญหาความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงานดังกล่าวภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 โดยพิจารณาว่านิยามคำว่า“ผู้สร้างสรรค์” ตามมาตรา 4 ประกอบกับหลักความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตนเองตามมาตรา 6 นั้นมีขอบเขตเพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์ที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในกระบวนการสร้างสรรค์ในระดับที่แตกต่างกันหรือไม่ จากการศึกษาพบว่ากฎหมายไทยยังไม่มีบทบัญญัติที่กล่าวถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ไว้โดยตรง ส่งผลให้งานที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์โดยปราศจากการควบคุมเชิงสร้างสรรค์ของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญตกอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน และเนื่องจากระบบการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ของไทยเป็นระบบอัตโนมัติที่ไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สร้างสรรค์ในชั้นแจ้งข้อมูลต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ปัญหาดังกล่าวจึงมีแนวโน้มปรากฏชัดในชั้นฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์มากกว่าชั้นขอรับความคุ้มครอง ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ประเด็นนี้ปรากฏผ่านการปฏิเสธค าขอจดทะเบียนของส านักงานลิขสิทธิ์โดยตรง การศึกษาเปรียบเทียบแนวทางของสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และจีน พบว่าแม้ทุกระบบจะปฏิเสธสถานะผู้สร้างสรรค์ของปัญญาประดิษฐ์เองอย่างสอดคล้องกัน แต่ยังต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในการพิจารณาว่าการป้อนคำสั่ง (Prompt) และการคัดเลือกผลงานของมนุษย์นั้นเพียงพอ ก่อให้เกิดความเป็นผู้สร้างสรรค์หรือไม่ อีกทั้งแนวทางเฉพาะของสหราชอาณาจักรตามมาตรา 9(3) กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณายกเลิกตามรายงานของรัฐบาลที่เผยแพร่ในปีพ.ศ. 2569 บทความเสนอว่าประเทศไทยควรแก้ไขมาตรา 4 และมาตรา 6 แห่ง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เพื่อกำหนดเกณฑ์ความเป็นผู้สร้างสรรค์กรณีใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างชัดเจน โดยยึดการควบคุมเชิงสร้างสรรค์ของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญเป็นเกณฑ์แทนที่จะยึดเพียงการป้อนคำสั่งเบื้องต้น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีกับการคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ที่แท้จริง