การคุ้มครองสิทธิในอัตลักษณ์ส่วนบุคคลจากเทคโนโลยี Deepfake
คำสำคัญ:
ดีพเฟค, สิทธิในอัตลักษณ์ของบุคคล, ปัญญาประดิษฐ์บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและช่องว่างของกฎหมายไทยในการคุ้มครองสิทธิในอัตลักษณ์ส่วนบุคคลจากเทคโนโลยีดีพเฟค (Deepfake) ซึ่งเป็นสื่อสังเคราะห์ที่สร้างหรือดัดแปลงด้วยปัญญาประดิษฐ์จนมีความสมจริงยากแก่การแยกแยะจากของจริง ก่อให้เกิดการขโมยอัตลักษณ์ การฉ้อโกงการหมิ่นประมาทข่าวปลอม และสื่อลามกอนาจารโดยไม่ยินยอม บทความนี้ใช้วิธีการศึกษาเชิงเอกสารจากตัวบทกฎหมาย คําพิพากษา และเอกสารทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศจากการศึกษา พบว่ากฎหมายไทยที่ใช้บังคับอยู่ยังไม่สามารถคุ้มครองสิทธิในอัตลักษณ์จากดีพเฟคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากประการแรก ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยดีพเฟคหรือปัญญาประดิษฐ์ การคุ้มครองจึงอาศัยการปรับใช้กฎหมายเดิมหลายฉบับอย่างกระจัดกระจายและเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ประการที่สอง กฎหมายไทยมีช่องว่างเชิงโครงสร้างที่สําคัญ คือ การไม่ได้รับรอง “สิทธิในอัตลักษณ์ของบุคคล” เป็นการเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกับสหภาพยุโรป ซึ่งมีEU Artificial Intelligence Act เป็นกฎหมายควบคุมการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดระดับความเสี่ยงองค์กรที่ดูแล และการกําหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ซึ่งอาจนํามาปรับใช้เป็นต้นแบบ ในประเทศไทยได้บทความนี้จึงเสนอแนะให้ประเทศไทยบัญญัติกฎหมายเฉพาะที่กําหนดนิยามดีพเฟค องค์กรกํากับดูแล เกณฑ์ประเมินความเสี่ยง บทลงโทษทางแพ่งและอาญาที่ชัดเจน